กรมหมื่นชุมพรเขตอุดมศักดิ์

ทรงนำนักเรียนไปฝึกภาคต่างประเทศครั้งแรก

          ใน พ.ศ. ๒๔๕๐ เสด็จในกรมฯ ได้ทรงนำนักเรียนนายเรือ และนักเรียนนายช่างกล ประมาณ ๑๐๐ คน ไปอวดธงที่ สิงคโปร์ ปัตตาเวีย ชวา และเกาะบัลลิทัน โดยเรือมกุฎราชกุมาร (ลำที่ ๑) ในการเดินทางไปต่างประเทศครั้งนี้นับเป็นครั้งแรกของทหารเรือไทย เสด็จในกรมฯ ทรงเป็นผู้บังคับเรือและทรงบัญชาการฝึกนักเรียนนายเรือด้วยพระองค์เอง โดยไม่มีชาวต่างประเทศปนไปด้วยเลย ให้นักเรียนทำการฝึกหัดปฏิบัติการในเรือทุกอย่าง เพื่อให้มีความอดทนต่อการใช้ชีวิตด้วยความยากลำบาก เพื่อให้ร่างกายแข็งแรงและรู้จักชีวิตของการเป็นทหารเรืออย่างแท้จริง เรื่องอาหารการกินในเรือ ให้กินขนมปังอย่างในเรือรบอังกฤษ ใช้ขนมปังนั้นพอไว้หลายวันเข้าจะแข็งยิ่งกว่าเหล็กจนกัดไม่เข้า เสด็จในกรมฯ ทรงเห็นว่าขนมปังกินสะดวกเพราะเก็บไว้ไ้ด้นานๆ ไม่เหมือนข้าวที่ต้องหุงกันทุกวัน เวลาเดินเรือคลื่นมากจะลำบากแก่การหุงหา

 

          มีคราวหนึ่งไปฝึกทางทะเล นาวาเอก หม่อมเจ้าพรปรีชา กมลาศน์ ซึ่งเป็นลูกศิษย์รุ่นแรกๆ ของเสด็จในกรมฯ ขณะนั้นยังทรงเป็นทหารเรือใหม่ ในเรือตั้งกฎให้กินไข่ได้คนละ ๒ ฟอง ปรากฎว่า ท่านพรปรีชาเสวยไป ๑๐ ฟอง เสด็จในกรมฯ กริ้ว รับสั่งว่า นิสัยอย่างนี้เป็นทหารเรือไม่ได้ ทหารเรือต้องไม่ขี้ขโมย บังคับให้กระโดดทะเล ถ้าไม่กระโดดจะยิงเอา

          หม่อมเจ้าพรปรีชาไปนั่งรออยู่ปลายขั้นบันไดเรือ เสด็จพ่อถือปืนคุมอยู่ข้างบนหัวกระได กั้นไม่ให้ขึ้น ให้หม่อมเจ้าพรปรีชากระโดดลงทะเล ขณะนั้นเห็นเสากระโดงปลาฉลามอยู่ไกล รับสั่งว่า "แกต้องลงเดี๋ยวนี้ จะให้ฉลามมาใกล้แล้วลงก็ได้ แต่เนื้อแกจะไปไหนฉันไม่รู้" ถึงอย่างไรก็ต้องลง ถ้าไม่ลงก็โดนยิง ท่านพรปรีชาจำต้องโดดลงไปว่ายน้ำในทะเล เมื่อฉลามใกล้เข้ามา ท่านรับสั่งให้เฉยไว้ยังไม่ให้ขึ้น เมื่อฉลามใกล้เข้ามาอีกจึงรับสั่งให้ขึ้นเรือได้ ท่านพรปรีชากลัวจนตัวสั่นไปหมด เสด็จในกรมฯ ว่า แกไม่ดื้อฉันถึงให้ขึ้น ในตอนหลังทรงรับสั่งว่า ฉันไม่บ้าที่จะยิงแกหรอก แต่จะยิงฉลามเมื่อเข้าใกล้ เมื่อฉลามได้กลิ่นเลือดแล้วก็จะไปทางนั้น แกจะได้ไม่เป็นอันตราย

           ในการฝึกทหารเรือนั้น พระองค์นอกจากฝึกสอนการเดินเรือแล้ว ยังทรงสอนการซ่อมแซมเรือด้วย โดยในเวลาน้ำขึ้นให้นำเรือขึ้นไปให้ใกล้ฝั่งที่สุด เมื่อน้ำลง เรือค้างที่แห้งก็ให้รีบซ่อมให้เสร็จ แล้วจึงนำเรือออกอีก นอกจากนั้นยังทรงจัดให้มีการฝึกยกพลขึ้นบกแล้วเดินทางไกล อันเป็นกิจกรรมที่ทหารเรือต้องปฏิบัติอยู่เสมอ เพื่อปราบปรามการจลาจล หรืออั้งยี่ตามจังหวัดชายทะเลซึ่งชุกชุมในเวลานั้น