กรมหมื่นชุมพรเขตอุดมศักดิ์

ทรงปรับปรุงการศึกษาของทหารเรือ

           ในสมัยนั้นการศึกษาของนักเรียนนายเรือยังไม่เจริญก้าวหน้าเท่าที่ควร สมเด็จเจ้าฟ้ากรมขุนนครสวรรค์วรพินิต ทรงเห็นว่ามีความจำเป็นต้องรีบจัดการศึกษาของโรงเรียนนายเรือให้เจริญขึ้น ทรงหารือกับเสด็จในกรมฯ และกราบบังคมทูลขอจัดตั้งคณะกรรมการเพื่อปรับปรุงหลักสูตรของโรงเรียนนายเรือ มีเสด็จในกรมฯเป็นประธานกรรมการ และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พระองค์ทรงทำการในตำแหน่งเจ้ากรมยุทธศึกษาทหารเรือ

          ในช่วงต้นของการสอน เสด็จในกรมฯ มีนักเรียนอายุแตกต่างกันมากบางคนอายุ ๓๐ ปี บางคนอายุยังน้อยแต่หัวดีแทบทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็น พลเรือโทพระยาราชวังสัน (ศรี กมลนาวิน) พระยาหาญกลางสมุทร (บุญม พันธุมนาวิน) พระยากาจกำแหง (ห้อง หังสนาวิน) ฯลฯ

      พระองค์ทรงใช้ระเบียบการปกครองและบังคับบัญชาตามอย่างการปกครองในเรือรบ แบ่งเป็นตอนให้นักเรียนชั้นสูงบังคับบัญชาชั้นรองลงมา ซึ่งเป็นการฝึกหัดการปกครองไปในตัว ด้านการศึกษาได้จัดเพิ่มวิชาสำคัญสำหรับชาวเรือ ทรงเล็งการณ์ไกลว่า เมื่อสำเร็จการศึกษาจะสามารถเดินเรือไกลในทะเลน้ำลึกได้ ทั้งนี้ได้เพิ่มวิชาดาราศาสตร์ ตรีโกณมิติ การเดินเรือ อุทกศาสตร์ เรขาคณิต พีชคณิต ภาษาไทย และภาษาอังกฤษ เพิ่มชั้นศึกษาจาก ๔ ชั้นเป็น ๕ ชั้น

          ในสมัยนั้นหานักเรียนมาสมัครยาก ถึงกับต้องจ้างให้มาเรียนกัน ชั้นเล็กให้ ๓ บาท สูงขึ้นมาหน่อยเป็น ๖ บาท - ๑๐ บาท - ๒๐ บาทตามลำดับ ชั้น ๕ ให้พิเศษโดยทุนทรัพย์ส่วนพระองค์ ต่อมามีผู้นิยมมากแล้วจึงเลิกจ้าง ระยะนั้นเสด็จในกรมฯ ทรงเป็นครูสอนวิชาดาราศาสตร์ การเดินเรือ แผนที่ ตรีโกณมิติเส้นโค้ง พีชคณิตตอนกลาง และตอนปลาย

           ต่อมาเสด็จในกรมฯ ทรงจัดตั้ง โรงเรียนช่างกล ขึ้นอย่างรวดเร็ว

           ต้นปี พ.ศ. ๒๔๔๘ ได้ทรงตั้งโรงเรียนช่างกลขึ้นอีก โดยคัดเลือก จากความสมัครใจของนักเรียนนายเรือ ฉะนั้นคำว่า "กองโรงเรียนนายเรือ" จึง ปรากฏขึ้นมาตั้งแต่บัดนั้น โรงเรียนนายเรือสมัยแรกยังหาที่ตั้งถาวรไม่ได้ จึงต้องอาศัยเรียนในเรือพระที่นั่งบ้าง ในเรือมูรธาวสิตสวัสดิ์ และเรือลำอื่นๆ บ้าง บางทีก็ขึ้นบกมาเรียนที่ศาลาการเปรียญวัดวงษ์มูลบ้าง ย้ายไปเรียน ณ ที่ประทับพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ในสวนนันทอุทยาน ตลอดจนย้ายไปเรียนที่โรงเรียนราชินี ปากคลองตลาด ด้วยความขวนขวายของเสด็จในกรมฯ จนพระบาทสมเด็จพระพุทธเจ้าหลวงทรงเห็นความสำคัญ จึงโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระราชวังเดิมและบริเวณเรียบร้อยแล้ว จึงกราบบังคมทูลพระกรุณาอัญเชิญเสด็จทรงเปิดโรงเรียนนายเรือ เมื่อวันที่ ๒๐ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๔๔๙ ทรงพอพระราชหฤทัยเป็นอย่างมาก ได้ทรงมีลายพระราชหัตถเลขาชมเชยในสมุดเยี่ยมของโรงเรียนว่า

           "วันที่ ๒๐ พฤศจิกายน ร.ศ.๑๒๕ เราจุฬาลงกรณ์ ปร. ได้มาเปิดโรงเรียนนี้ มีความปลื้มใจ ซึ่งได้เหนการทหารเรือมีรากหยั่งลงแล้ว จะเปนที่มั่นสืบไปในภายหน้า"