ชีวิตนักเรียนนายเรือ

พระเจ้าลูกยาเธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์

      ต่อจากนั้นพระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ ก็ไม่ได้ทรงกลับมาพร้อมเรือพระที่นั่ง แต่พระองค์ยังคงไปศึกษาต่อ ในโรงเรียนของ มิสเตอร์ลิตเติลจอห์น (The Linnes) เพื่อเตรียมสอบความรู้เพื่อสำเร็จการศึกษา วิชาที่นักเรียนนายเรือต้องสอบความรู้ คือ ศาสน ศึกษา พืชคณิต ตรีโกณมิติ ทรงกลม เดินเรือดาราศาสตร์ การทำที่เรือรายงานและการหาตำบลที่เรือ การสร้างแผนที่ การใช้เครื่องวัดแดด เข็มทิศ บารอมิเตอร์ เทอร์โมมิเตอร์ ฟิสิคส์เบื้องต้น ภาษาฝรั่งเศส วาดเขียน ประวัติศาสตร์ทางเรือ ภูมิศาสตร์ เขียนแบบ และการเรือ เป็นต้น

          พระองค์ทรงสอบความรู้ขั้นสุดท้ายของนักเรียนนายเรืออังกฤษได้ในเกณฑ์ดี และพร้อมที่จะทรงรับการฝึกในเรือรบอังกฤษต่อไป ตามที่กระทรวงทหารเรืออังกฤษตอบรับไว้นับว่าพระองค์ทรงอุตสาหะพากเพียรอย่าง ยิ่ง เพราะทรงใช้เวลาศึกษาในโรงเรียนของ มิสเตอร์ ลิสเติลจอห์น (The Linnes) ประมาณ 2 ปี เท่านั้น

          กระทรวงทหารเรืออังกฤษได้จัดให้พระองค์ทรงฝึกงานในเรือรบหลวง Revenge ซึ่งเป็นเรือธง ที่บังคับการโดยพลเรือตรีแฮร์ริส (Rear Admiral Gerard Henry) ประจำการอยู่ในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน โดยการฝึกในสมัยนั้น นักเรียนทำการนายเรือ (Midshipman )เพื่อฝึกหัดการใช้งานต่อไป การเรียนการฝึกงาน ในฐานะนักเรียนทำการนายเรือ ได้แก่การฝึกทำหน้าที่นายทหารยามเรือจอดและเรือเดิน ฝึกและเรียนรู้เกี่ยวกับการเรือ และการอาวุธ เชือก เสา เพลา ใบ ฝึกหัดหน้าที่ยามในห้องเครื่องจักรใหญ่และห้องหม้อน้ำ การเรือเล็กดูแลเครื่องมือเครื่องใช้ตลอดจนควบคุมเรือเล็กไปปฏิบัติงานเช่น รับ-ส่ง ทหารขึ้นบก และรับเสบียง เป็นต้น ติดตามผู้บังคับบัญชาเรือหรือต้นเรือ เพื่อรับใช้ติดต่อคำสั่งและทำงานอื่นๆ ซึ่งทำให้นักเรียนนายเรือมีฉายาว่า "Doggie" และเป็นผู้ช่วยต้นหน เรียกว่า "Tanky" ในการควบคุมเรือเล็กประจำเรือนั้น นักเรียนนายเรือทำการ ซึ่งมีอายุเพียง 16-17 ปี และมีประสบการณ์ในทะเลเพียงเล็กน้อย ต้องทำหน้าที่บังคับบัญชาและควบคุมคนประจำเรือเล็ก ซึ่งเป็นทหารประจำเรือที่อยู่มานาน ในบางโอกาส นักเรียนทำการต้องสั่งในการแล่นใบฝ่าพายุ ก็มีแต่ทหารเหล่านั้นก็เชื่อฟังคำสั่งโดยดีและบางคนยังช่วยเป็นพี่เลี้ยงแนะ นำให้อีกด้วย เพราะเป็นประเพณีของทหารเรืออังกฤษที่ต้องปฏิบัติสืบต่อกันมา นักเรียนทำการต้องดูแลให้คนประจำเรือขัดหินทรายในส่วนที่เป็นไม้และขัดทอง เหลืองให้สะอาดและสดใสอยู่เสมอ บางคนถึงกับลงทุนใช้เงินส่วนตัว ซื้อของใช้ที่เบิกไม่ได้ เช่น ขอตะเพราทองเหลือง พรมปูพื้น ฯลฯ ทำเพื่อให้เรือเล็กของตนดูดีและเป็นที่เชิดหน้าชูตาของเรือใหญ่อันเป็น ธรรมเนียมของทหารเรือทั่วโลก

          ในช่วงเวลาที่พระองค์ทรงฝึกงานในเรือหลวง Revenge อยู่นั้น ได้ เกิดการจลาจลขึ้นที่เกาะครีต พระองค์ทรงขึ้นบกไปปราบจลาจล ซึ่งขณะนั้นอยู่ในการปกครองของตุรกี ซึ่งผู้นับถือศาสนาคริสต์ ถูกเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองของตุรกีกดขี่ข่มเหงอย่างไม่เป็นธรรม จึงก่อการจลาจลขึ้น ชาติต่างๆ ในยุโรป 6 ประเทศ คือ อังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมัน รัสเซีย อิตาลี และออสเตรีย นำโดยพลเรือตรีโนเอล ซึ่งมีเรือประจัญบาน Revenge นั้น เป็นเรือธงกับเรือหลวง Illustrious และเรือลาดตระเวน Venus มาที่เกาะครีต ได้ทำการยกพลขึ้นบกและบังคับเจ้าเมืองตุรกีให้ปราบปรามพวกที่ก่อการจลาจล พระองค์เจ้าซึ่งเป็นนักเรียนทำการนายเรือประจำเรือหลวง Revenge ได้ทรงต้องเป็นผู้บังคับบัญชาทหาร ยกพลขึ้นบกไปปราบจลาจล ทั้งๆ ที่พระองค์มีพระชนม์มายุเพียง 18 พรรษา พระองค์ทรงเล่าให้ พลเรือตรี พระยาหาญกลางสมุทร หรือ บุญมี พันธุมนาวิน ฟังว่า พระองค์ได้ขึ้นทำการปราบจลาจลที่เกาะครีต เป็นเวลา ราว ๓ เดือน

"...ต้อง นอนกลางดิน กินกลางทราย หนาวก็หนาว ในสนามรบ ต้องนอนกับศพที่ตายใหม่ๆ และซ้ำยังอดอาหาร ต้องจับหอยทาก มาทอดเสวยกับหัวหอม ศพทหารที่ถูกยิงที่ท้องนับว่าเหม็นอย่างร้ายกาจมาก ถึงแม้ว่าจะเป็นศพตายใหม่ๆ ก็ตาม..."

          พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ ทรงรับการฝึกหัดศึกษาในเรือหลวง Revenge ตั้งแต่วันที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2440 จนถึงวันที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2441 รวม 335 วัน จึงทรงย้ายไปลงเรือประจัญบาน Remilies อันเป็นเรือชั้นเดียวกับเรือหลวง Revenge หลังจากนั้นทรงรับการฝึกหัดในเรือหลวง Cruiser อันเป็นเรือสลุป จากนั้นได้ทรงเสด็จไปประจำการบนเรือลาดตระเวน Hawk

           ตามปกตินั้นนักเรียนนายเรือทำการนั้นจะต้องทำการฝึกในเรือเป็นเวลา 2 ถึง 3 ปี ต้องมีความรู้ความสามารถในวิชาการเดินเรือ ปืนใหญ่ และเครื่องจักรไอน้ำ จึงจะสอบเพื่อรับประกาศนียบัตรวิชาการเรือสำหรับนายเรือได้ เมื่อสอบได้แล้วจะได้เลื่อนยศเป็น "ว่าที่เรือตรี" และไปศึกษาวิชาการเดินเรือที่ วิทยาลัยทหารเรือกรีนิช (Royal Naval College, Greenwich) ศึกษาวิชาปืนใหญ่ที่โรงเรียนปืนใหญ่ H.M.S Excellent และวิชาตอร์ปิโดร์ H.M.S Vemon แต่สำหรับพระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์นั้นเมื่อจบการฝึกในช่วงนี้ ซึ่งเป็นระยะเวลาประมาณ 1 ปี 7 เดือน นับตั้งแต่ได้ทรงลงฝึกในเรือรบอังกฤษ

          พระองค์ทรงได้รับประกาศนียบัตรในวิชาเดินเรือ การปืน และการจักรไอน้ำ ตลอดจนประกาศนียบัตรรับรองคุณลักษณะ และความสามารถจากผู้บังคับการเรือหลวง Revenge และผู้บังคับการเรือลำอื่นๆ ที่ทรงฝึกมาได้รับรองว่า คุณลักษณะและความสามารถของพระองค์อยู่ในระดับดีมาก เนื่องจากทรงเอาพระทัยใส่ในการงานและการเรียน ทำให้พระองค์ทรงได้คะแนนในส่วนนี้เต็มร้อย ได้รับประกาศนีบัตร ชั้นที่ 1 เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2442

           เมื่อนักเรียนทำการได้รับประกาศนียบัตรครบถ้วนตามข้อบังคับและผู้บังคับหน่วยเรือ ซึ่งนักเรียนผู้นั้นจะประจำการอยู่จะแต่งตั้งคณะกรรมการสอบความรู้วิชาการ เรือ สำหรับพระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์นั้น ผู้บัญชาการทหารเรือเมดิเตอร์เรเนียน ได้แต่งตั้งกรรมการสอบไล่วิชาการเรือ สำหรับผู้ที่จะเป็น "นายเรือเอก"

          ในพ.ศ.2443 พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ ทรงเข้าศึกษาที่วิทยาลัยทหารเรือกรีนิช ในวิชาเดินเรือและการนำร่อง ส่วนวิชาปืนใหญ่และตอร์ปิโดร์ นั้นจำกัดให้เฉพาะนายทหารเรืออังกฤษเท่านั้น
.........   .พระองค์ทรงสอบความรู้ได้คะแนน 787 จาก 1,000 คะแนน เป็นลำดับที่ 8 ในจำนวนนายทหารนักเรียน 17 คน ทรงได้รับประกาศนียบัตรชั้นสอง หลังจากนั้นพระองค์ได้ทรงศึกษาวิชาการนำร่อง ณ สถานศึกษาแห่งเดียวกัน ทรงสอบความรู้ได้คะแนน 831 คะแนน จาก 1,000 คะแนน ทรงได้รับประกาศนียบัตรชั้นสองเช่นเดียวกัน ตามข้อบังคับของอังกฤษ นายทหารที่สอบได้ประกาศนียบัตรการเรือ นำร่อง คณิตศาสตร์ การปืนใหญ่ และตอร์ปิโด จะได้เลื่อนยศเป็น "นายเรือเอก" ในระยะเวลาตั้งแต่ 6 เดือนขึ้นไป ตามชั้นของประกาศนียบัตรที่สอบได้

          . ดังนั้นเมื่อพระองค์ทรงสำเร็จการศึกษาวิชาการเดินเรือและนำร่องแต่ไม่ทรงมี โอกาสศึกษาวิชาปืนใหญ่และตอร์ปิโด เพราะกระทรวงทหารเรืออังกฤษไม่อนุญาตดังกล่าว พระองค์จึงทรงเครื่องแบบนายเรือเอก เพื่อให้เป็นไปในทำนองเดียวกันกับนายทหารเรืออังกฤษรุ่นเดียวกัน (ดังจะได้เห็นจากพระฉายาลักษณ์ในประวัติของพระองค์ ซึ่งเทียบเท่ายศในปัจจุบันคือ "นาวาเอก" นั้นความจริงเป็นเครื่องแบบนายเรือเอก และใช้เครื่องหมายยศเดียวกันใน พ.ศ. 2444 เมื่อทรงตามเสด็จพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวประพาสเกาะชวา)

 ภาพบรรยากาศ Old Royal Naval College, Greenwich (ปัจจุบัน)

          การศึกษาในเรือรบของราชนาวีอังกฤษของพระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ ยุติลงในเดือน พฤศจิกายน พ.ศ.2442 เมื่อพระองค์ทรงมีพระชนม์มายุเพียง 19 พรรษา มิสเตอร์เวอร์นี ที่ปรึกษาสถานทูตในกรุงลอนดอน จึงได้เชิญเสด็จไปเมืองนิวคาสเซิล(Newcastle) เพื่อทรงทอดพระเนตรกิจการบริษัท อาร์มสตรอง โรงงานตอร์ปิโดของบริษัท ไวท์เฮด (Whitehead) ที่เมืองเวย์มัธ (Weymouth) และที่ฟิยูมิ (Fiume) ในออสเตรีย (ปัจจุบันเมืองนี้คือเมือง Rijeka ประเทศโครเอเชีย) มีสนามสำหรับทดลองยิงตอร์ปิโดด้วย ทรงทอดพระเนตรโรงงานสร้างปืนใหญ่ (Creusot) ในฝรั่งเศส การทอดพระเนตรกิจการเหล่านี้จะทำให้พระองค์ทรงมีความรู้ในการปืนใหญ่และ ตอร์ปิโด ดีกว่าการศึกษาในโรงเรียนของราชนาวีอังกฤษ พระยาประสิทธิศัลยการ ได้ทรงมีหนังสือกราบบังคมทูลว่า "การศึกษาของพระองค์ส่วนที่ยังขาดอยู่ คือการยิงปืนใหญ่และการใช้ตอร์ปิโด ซึ่งจำเป็นจำต้องกลับมาทรงฝึกฝนในประเทศไทยต่อไป"

          พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชหัตถเลขา ที่ 25/1406 ลงวันที่ 16 กุมภาพันธ์ ร.ศ.118 ตอบพระยาประสิทธิศัลยการความว่า "ขอบใจที่จัดการ เล่าเรียนเสร็จแล้ว อยากให้กลับมาทำการในทหารเรือต่อไป"