การศึกษาเมื่อทรงพระเยาว์

พระเจ้าลูกยาเธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์

         ขณะที่พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ยังทรงพระเยาว์ทรงได้รับการศึกษาชั้นแรกที่โรงเรียนราชกุมาร ในพระบรมมหาราชวัง (สมัยนั้นเป็นสมัยที่ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ทรงเริ่มจัดการศึกษาในรูป "โรงเรียน" และทรงเลือกเฟ้นครูดี มาถวายพระอักษรแด่พระเจ้าลูกยาเธอ พระเจ้าลูกนางเธอ ที่ยังทรงพระเยาว์อยู่ แลหม่อมเจ้า หม่อมราชวงศ์ แลบุตรหลานข้าราชการผู้ใหญ่ผู้น้อยทั้งปวงทั่วไป) โดยมี พระยาศรีสุนทรโวหาร (น้อย อาจารยางกูร) เป็น อาจารย์ใหญ่คนแรก , พระยาอิศรพันธุ์โสภณ (พูน อิศรางกูร), หม่อมเจ้าประภากร (ต้นสกุล มาลากุล) พระองค์ทรงศึกษาวิชาภาษาไทยกับ พระยาอิศรพันธุ์โสภณ (พูน อิศรางกูร) และศึกษาวิชาภาษาอังกฤษกับ มิสเตอร์โรเบิร์ต มอแรนต์ ซึ่งเป็นหลานของฟลอเรนซ์ ไนติงเกิล ทรงเข้าเป็นนักเรียนโรงเรียนหลวง พระตำหนักสวนกุหลาบ จนถึงทรงพิธีโสกันต์ (โกนจุก) เมื่อวันที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2435 (ร.ศ.111) พระองค์ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ทุติยจุลจอมเกล้าวิเศษ

พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัววางรากฐานราชนาวีไทย

          พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว นับเป็นพระมหากษัตริย์พระองค์แรกที่ได้วางรากฐานแห่งราชนาวีไทย ในรัชสมัยของพระองค์ท่านมีกรมทำหน้าที่ทหารเรืออยู่ 2 กรมคือ กรมทหารเรือพระที่นั่งเวสาตรี และกรมอรสุมพล เป็นกองเรือรบและเรือกลไฟพระที่นั่ง และยังมีทหารบกสำหรับประจำเรือรบที่เรียกว่า "ทหารมะรีน" รวมอยู่ในบังคับบัญชาเดียวกัน แต่ยังขาดเอกภาพ และไม่เป็นไปตามหลักสากล ทรงตั้งกรมเสนาธิการ ขึ้นในปีพุทธศักราช 2430 เพื่อเป็นกรมรับผิดชอบการทหารทั้งหมด จึงโปรดฯ ให้รวมกรมทหารเรือพระที่นั่งเวสาตรีกับกรมอรสุมพลเข้าเป็นกรมทหารเรือ นอกจากนี้พระองค์ท่านทรงปรับปรุงเรือกลไฟจากเรือจักรข้างของเรือจักรด้วย ทรงเร่งรัดและปรับปรุงให้ขยายคู่เรือ และมีพระบรมราชโองการให้ปรับปรุงซ่อมแซมป้อมเก่า สร้างป้อมใหม่ที่ทันสมัย เพื่อป้องกันพระนคร และได้พระราชทานนามว่า "ป้อมพระจุลจอมเกล้า"